← All articles

Career7 min read

Soft Skills คือ Firmware ของวิศวกร · 12 ทักษะที่ทำให้งาน Automation จบได้จริง

โค้ด PLC ที่ดีที่สุดก็ไปไม่ถึงวัน SAT ถ้าคุยกับหน้างานไม่รู้เรื่อง นี่คือ 12 Soft Skills ที่เค้กใช้ทุกโปรเจกต์ แบ่งเป็น 3 เสาหลัก คิดเป็นระบบ สร้างสรรค์ และปลอดภัย พร้อมเทียบแต่ละทักษะกับสิ่งที่คนสาย Automation คุ้นเคย

ภาพปก Soft Skills × Automation มีวงจรสามเสาหลัก Think, Create และ Care ล้อมรอบ Safety Interlock

วัน Commissioning คือวันที่ทุกอย่างถูกทดสอบพร้อมกัน ทั้งโค้ด ทั้งสายไฟ และคน ไลน์ต้องเดินตามแผน ฝ่ายผลิตรออยู่ ผู้จัดการถามทุกชั่วโมงว่า “เสร็จหรือยัง” ในวันแบบนี้ ความรู้ PLC ช่วยให้เครื่องเดินได้ แต่สิ่งที่ทำให้งานจบคือทักษะอีกชุดหนึ่งที่ไม่มีเขียนไว้ใน Datasheet

เราเลยมองว่า Soft Skills คือ Firmware ของวิศวกร มองไม่เห็นจากภายนอก แต่กำหนดว่าฮาร์ดแวร์ทั้งหมดจะทำงานได้ดีแค่ไหน

วิศวกรก็คือ Control Loop

ถ้าลองวาดการทำงานของวิศวกรเป็นแผนภาพควบคุม จะออกมาเป็นลูปที่คุ้นตามาก คือรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ ลงมือทำ แล้วรับ Feedback กลับมาปรับ ส่วนตรงกลางมี Safety เป็น Interlock ที่สั่งหยุดได้ทุกขั้น ไม่ว่าลูปจะเร่งแค่ไหน

SAFETYINTERLOCKSENSEรับรู้Critical ThinkingDECIDEตัดสินใจProblem Solving · TimeACTลงมือCommunication · LeadershipFEEDBACKทบทวนEQ · Learning · Resilience
วิศวกรก็ทำงานเป็นลูปเหมือนระบบควบคุม และมี Safety เป็น interlock ตรงกลางที่สั่งหยุดได้ทุกขั้น

เราแบ่ง Soft Skills ที่ใช้ออกเป็น 3 เสาหลัก เสาละ 4 ทักษะ กดเลือกดูทีละเสาได้เลยครับ

  1. 01🧠 Think in systems

    Critical Thinking

    คิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ

    ไม่เชื่อค่าแรกที่เห็น ตรวจข้อมูลก่อนตัดสินใจ

  2. 02🧠 Think in systems

    Systematic Problem Solving

    แก้ปัญหาเป็นระบบ

    แก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่กด Reset alarm ไปเรื่อย ๆ

  3. 03🧠 Think in systems

    Time Management

    บริหารเวลา

    งานด่วนกับงานสำคัญไม่เหมือนกัน ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ

  4. 04🧠 Think in systems

    Change Management

    บริหารการเปลี่ยนแปลง

    ทุกการแก้ไขมีบันทึก มีแผนถอย และคนหน้างานรู้ก่อน

  5. 05🎨 Create & connect

    Creativity

    ความคิดสร้างสรรค์

    หาทางใหม่ภายใต้ข้อจำกัดเดิม ลองในคอมก่อนลองกับเครื่องจริง

  6. 06🎨 Create & connect

    Adaptability & Learning

    ปรับตัวและเรียนรู้ตลอด

    AI, IoT, OT security เปลี่ยนทุกปี วิศวกรก็ต้องอัปเดตตาม

  7. 07🎨 Create & connect

    Communication

    สื่อสารและถ่ายทอด

    แปลภาษาเครื่องให้ Operator, ผู้จัดการ และฝ่าย IT เข้าใจตรงกัน

  8. 08🎨 Create & connect

    Leadership

    ภาวะผู้นำ

    ตั้งทิศทางให้ทีม แล้วให้แต่ละลูปทำงานของตัวเองได้เต็มที่

  9. 09🛡️ Safe & human

    Safety Mindset

    คิดเรื่องความปลอดภัยก่อนเสมอ

    ไม่ปลอดภัย = หยุด ไม่มีงานไหนรีบจนต้อง bypass interlock

  10. 10🛡️ Safe & human

    EQ & Empathy

    ความฉลาดทางอารมณ์และความเข้าใจผู้อื่น

    ออกแบบให้คนที่ใช้งานตอนตีสาม ไม่ใช่ให้คนเขียนโปรแกรม

  11. 11🛡️ Safe & human

    Collaboration

    ทำงานเป็นทีมข้ามแผนก

    ผลิต ซ่อมบำรุง Safety IT และผู้รับเหมา ต้องคุยกันได้ทุกโหนด

  12. 12🛡️ Safe & human

    Resilience & Crisis

    ยืดหยุ่นและรับมือวิกฤต

    ไลน์หยุดกลางดึก ตั้งสติ ทำตามขั้นตอน กู้ระบบ แล้วเรียนรู้


🧠 เสาที่ 1 · คิดเป็นระบบ

งาน Automation คืองานของเหตุและผล ถ้าคิดไม่เป็นขั้นเป็นตอน ระบบที่ออกมาก็จะเป็นขั้นเป็นตอนไม่ได้เหมือนกัน

01 · Critical Thinking ≈ Sensor Validation

ระบบที่ดีไม่เชื่อค่าจากเซนเซอร์ตัวเดียว ต้องเช็กช่วงค่า เทียบกับตัวอื่น และดูว่าเปลี่ยนเร็วผิดปกติไหม คนก็เหมือนกัน ข้อมูลแรกที่ได้ยินอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด

  • “เครื่องหยุดเพราะ PLC เสีย” ให้ถามต่อว่า รู้ได้ยังไง แล้วดูหลักฐานจาก Alarm log, trend และ I/O status
  • แยก ข้อเท็จจริง ออกจาก ความเห็น ก่อนตัดสินใจแก้อะไร
  • ตั้งสมมติฐาน 2–3 ข้อ แล้วหาทางพิสูจน์ทีละข้อ ไม่เลือกข้อที่ตัวเองชอบที่สุด

02 · Systematic Problem Solving ≈ Alarm → Root Cause

การกด Reset alarm ทำให้เครื่องเดินต่อได้ แต่ไม่ได้แก้อะไรเลย ปัญหาจะกลับมาอีกในเวลาที่แย่ที่สุดเสมอ

  • ใช้ 5 Whys ถามว่าทำไมจนเจอต้นเหตุจริง ไม่หยุดที่อาการ
  • Divide and conquer ตัดระบบเป็นส่วน ๆ เช่น สนาม → การ์ด I/O → โปรแกรม → HMI แล้วไล่ทีละส่วน
  • จดสิ่งที่ลองแล้วและผลที่ได้ทุกครั้ง ทีมถัดไปจะได้ไม่เสียเวลาลองซ้ำ

03 · Time Management ≈ Task Priority

PLC แบ่งงานเป็น Cyclic, Time interrupt และ Fault OB ตามความสำคัญ ตารางงานของวิศวกรก็ควรเป็นแบบนั้น

  • แยกงาน ด่วน ออกจากงาน สำคัญ งานด่วนมักดังกว่า แต่งานสำคัญคือสิ่งที่ทำให้โปรเจกต์ไม่ล่ม
  • จัด Timebox ให้การหาบั๊ก ถ้าเกินเวลาที่ตั้งไว้ ให้ขอความช่วยเหลือหรือเปลี่ยนวิธี
  • ความปลอดภัยมีลำดับความสำคัญสูงสุดเสมอ เหมือน Fault OB ที่ขัดจังหวะได้ทุกอย่าง

04 · Change Management ≈ MOC + Backup

ทุกบรรทัดที่แก้บนระบบที่กำลังเดินอยู่คือความเสี่ยง Management of Change (MOC) จึงไม่ใช่แค่งานเอกสาร แต่เป็นระบบป้องกันอุบัติเหตุ

  • Backup ก่อนแก้ทุกครั้ง และต้องมีแผนถอยกลับที่ลองแล้วว่าใช้ได้จริง
  • บอก Operator และฝ่ายผลิต ก่อนเปลี่ยน ไม่ใช่หลังเปลี่ยน เพราะคนที่ยืนหน้าเครื่องต้องรู้ว่าพฤติกรรมเครื่องจะเปลี่ยนไปยังไง
  • เข้าใจว่าคนกลัวการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ เวลาเอาระบบใหม่เข้าไป ให้ชวนคนหน้างานมาลองตั้งแต่ต้น

🎨 เสาที่ 2 · สร้างสรรค์

ความคิดสร้างสรรค์ในงานวิศวกรรมไม่ได้แปลว่าทำอะไรแปลก ๆ แต่คือการหาทางที่ดีกว่าเดิมภายใต้ข้อจำกัดเดิม

05 · Creativity ≈ Digital Twin

ถ้าทดสอบกับเครื่องจริงไม่ได้ ก็สร้างเครื่องจำลองขึ้นมาทดสอบแทน นี่คือเหตุผลที่เค้กชอบใช้ Simulink กับ OPC UA ทำ Digital Twin ให้ PLC ได้เจอสถานการณ์แปลก ๆ ตั้งแต่ยังอยู่ในคอม

  • ถามเสมอว่า “มีวิธีที่ ปลอดภัยกว่า หรือ เร็วกว่า ในการพิสูจน์เรื่องนี้ไหม”
  • เอาเครื่องมือจากสายอื่นมาใช้ เช่น Python ช่วยวิเคราะห์ step test หรือ Docker ช่วยตั้งระบบทดลอง
  • ไอเดียที่ดีต้องอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้และดูแลต่อได้ ไม่ใช่ฉลาดอยู่คนเดียว

06 · Adaptability & Continuous Learning ≈ Firmware Update

AI, IoT, OT security และ Unified Namespace เปลี่ยนเร็วมาก วิศวกรที่ไม่อัปเดตตัวเองก็เหมือน PLC ที่ไม่ได้อัปเดต firmware มาสิบปี ยังทำงานได้ แต่เริ่มคุยกับระบบใหม่ไม่รู้เรื่อง

  • ตั้งเป้าเรียนเรื่องใหม่สัปดาห์ละนิด แล้วลงมือลองจริง ไม่ใช่แค่อ่าน
  • เขียนบันทึกหรือทำคลิปจากสิ่งที่เรียน การสอนคนอื่นคือการทดสอบว่าเราเข้าใจจริงหรือเปล่า
  • เปิดใจกับวิธีของทีมอื่นหรือแบรนด์อื่น Siemens, Rockwell และ Mitsubishi ต่างก็มีมุมดีที่เอามาใช้ได้

07 · Communication ≈ Protocol Gateway

งานส่วนใหญ่ของวิศวกร Automation คือการแปลภาษา แปลโค้ดให้ช่างเทคนิค แปลความเสี่ยงให้ผู้จัดการ แปลข้อมูลเครื่องจักรให้ฝ่าย IT

  • คุยกับ Operator ด้วย ภาษาหน้างาน คุยกับผู้บริหารด้วย ผลกระทบ เช่น เวลา ต้นทุน และความเสี่ยง
  • ใช้ภาพช่วยเสมอ ทั้ง P&ID, Sequence diagram และ trend เพราะภาพเดียวแทนคำอธิบายได้เป็นหน้า
  • เขียน Runbook และคู่มือให้คนที่ไม่ได้อยู่ในห้องวันนั้นอ่านแล้วทำตามได้

08 · Leadership ≈ Cascade Master Loop

ในระบบ Cascade ลูปนอกไม่ได้ไปเปิดวาล์วเอง แต่ตั้ง Setpoint ให้ลูปในทำงานของตัวเองได้เต็มที่ ผู้นำที่ดีก็ทำแบบนั้น

  • ให้ทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วไว้ใจให้ทีมเลือกวิธีทำ
  • นำด้วยการทำให้ดู โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ถ้าหัวหน้าข้าม LOTO ทีมก็จะข้ามตาม
  • รับผิดชอบเวลาพลาด และยกเครดิตให้ทีมเวลาสำเร็จ

🛡️ เสาที่ 3 · ปลอดภัยและไปด้วยกัน

เครื่องจักรไม่เคยเหนื่อย แต่คนเหนื่อยได้ ระบบที่ปลอดภัยจึงต้องออกแบบโดยคิดถึงคนเสมอ

09 · Safety Mindset ≈ Interlock & Fail-safe

Interlock ที่ดีจะพาระบบไปสู่สภาวะปลอดภัยเมื่อมีอะไรผิดปกติ วิธีคิดของวิศวกรก็ควรเป็นแบบนั้น

  • ไม่แน่ใจ = หยุด การหยุดเพื่อถามไม่เคยเสียเวลาเท่ากับการเกิดอุบัติเหตุ
  • ทำ Safety check ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ทั้ง LOTO, PPE และการแจ้งพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กแค่ไหน
  • ออกแบบให้ Fail-safe ตั้งแต่บนกระดาษ ปุ่ม Stop ต้องเป็นหน้าสัมผัส NC และห้ามพึ่ง HMI เป็นตัวป้องกันความปลอดภัย

10 · EQ & Empathy ≈ HMI for Operators

หน้าจอ HMI ไม่ได้ทำมาให้คนเขียนโปรแกรมดู แต่ทำมาให้คนที่ต้องตัดสินใจหน้าเครื่องตอนตีสาม

  • ลองนั่งดู Operator ทำงานจริงก่อนออกแบบหน้าจอ แล้วถามว่าเขากังวลอะไรมากที่สุด
  • Alarm ต้องบอกว่า ต้องทำอะไรต่อ ไม่ใช่แค่บอกว่าเกิดอะไรขึ้น
  • เวลามีคนหงุดหงิดหน้างาน ให้ฟังให้จบก่อน ส่วนใหญ่เขาไม่ได้โกรธเรา แต่กังวลเรื่องยอดผลิต

11 · Collaboration ≈ Fieldbus Network

โปรเจกต์ Automation หนึ่งงานมีหลายโหนด ทั้งฝ่ายผลิต ซ่อมบำรุง Safety IT Vendor และผู้รับเหมา ถ้าโหนดไหนหลุดจากเครือข่าย ทั้งระบบก็ช้าลง

  • ชวนฝ่ายซ่อมบำรุงมาดูตั้งแต่ช่วงออกแบบ เพราะเขาคือคนที่ต้องดูแลระบบต่อหลังเราส่งงาน
  • ตกลง Interface ระหว่างทีมให้ชัด เช่น Tag list, Data contract และใครรับผิดชอบอะไร
  • แชร์ความรู้กลับเข้าทีมเสมอ เขียนเป็นมาตรฐานกลางเพื่อให้คนถัดไปเริ่มต้นได้เร็วขึ้น

12 · Resilience & Crisis ≈ Watchdog & Redundancy

ไลน์หยุดตอนตีสอง ทุกคนมองมาที่คุณ ตอนนั้นสิ่งที่ช่วยได้ไม่ใช่ความเก่ง แต่คือสติและขั้นตอน

  • หายใจ แล้วทำตามลำดับ: ปลอดภัยก่อน → หยุดความเสียหาย → กู้ระบบ → หาสาเหตุ
  • สื่อสารสถานะเป็นระยะ แม้จะยังไม่มีคำตอบ เพราะความเงียบทำให้คนรอกังวลมากกว่าข่าวร้าย
  • หลังวิกฤต ทำ Post-mortem แบบไม่โทษคน แล้วถามว่าระบบหรือขั้นตอนควรปรับตรงไหน

Human Checklist ก่อนวัน Commissioning

ก่อนออกไปหน้างาน เราเช็กฝั่ง “คน” ไม่น้อยกว่าฝั่ง “เครื่อง” ลองติ๊กดูว่าพร้อมกี่ข้อ

✅ พร้อมลงหน้างานหรือยัง?

0 / 8

สรุป

Hard Skills ทำให้เครื่องทำงานได้ ส่วน Soft Skills ทำให้งานจบได้ และทำให้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย

  1. คิดเป็นระบบ ตรวจข้อมูลก่อนเชื่อ แก้ที่ต้นเหตุ และควบคุมการเปลี่ยนแปลง
  2. สร้างสรรค์ หาทางที่ปลอดภัยกว่า เรียนรู้ตลอด และแปลภาษาให้ทุกฝ่ายเข้าใจกัน
  3. ปลอดภัยและไปด้วยกัน ไม่แน่ใจให้หยุด ออกแบบเพื่อคนที่ใช้งาน และมีสติเมื่อเกิดวิกฤต

นี่คือความหมายของคำขวัญ Build. Test. Commission. Share. ในแบบของเค้กครับ ตอนต่อไปจะเจาะลึกฝั่ง Test ว่าเราใช้ Digital Twin ทดสอบ PLC ก่อนลงหน้างานยังไง

ถ้าคุณมี Soft Skill ข้อไหนที่ช่วยให้งานรอดมาแล้ว ส่งมาเล่าให้ฟังได้ที่หน้า ติดต่อ นะครับ

  • #Soft Skills
  • #Career
  • #Safety
  • #Teamwork